
วิจารณ์ กระแสต่างประเทศ : “โฟลเรียน เวียร์ตซ์” อัจฉริยะที่เครื่องยังไม่ติด
By : Colly
——————-
ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะ 4 เกมรวด ตัวเลขดูสวยหรูราวกับไม่มีที่ติ แต่เบื้องหลังชัยชนะเหล่านั้นกลับมีคำถามใหญ่ที่ค้างคาใจแฟนหงส์
.
“โฟลเรียน เวียร์ตซ์ หายไปไหน?”
.
ดาวรุ่งอัจฉริยะจากเยอรมนีที่เคยลากเลเวอร์คูเซ่นคว้าดับเบิลแชมป์ไร้พ่าย ยิงและจ่ายเลขสองหลักสองซีซั่นติดกัน ทำไมพอเหยียบแอนฟิลด์กลับนิ่งสนิท ไม่มีทั้งประตู ไม่มีทั้งแอสซิสต์ และแทบไม่มีโมเมนต์ที่ทำให้แฟนบอลลุกจากเก้าอี้เหมือนในบุนเดสลีกา
.
หลายคนมองว่า ปัญหามันอยู่ที่อาร์เน่อ ชล็อต กำลังดึงเวียร์ตซ์ออกจากพื้นที่ที่เขาถนัดที่สุด
.
ที่เลเวอร์คูเซ่น เวียร์ตซ์เล่นในตำแหน่ง “เบอร์ 10 ฝั่งซ้าย” ในระบบ 3-4-2-1 ได้อิสระจากฝั่งซ้าย ตัดเข้ากลาง ยิงเองก็ได้ ทำชิ่งก็ได้ แต่พอย้ายมาแอนฟิลด์ เขาถูกจับเป็นหมายเลข 10 ตัวกลางใน 4-2-3-1 แถมโดนบีบให้ไปเล่นใกล้ ๆ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จังหวะการเล่นที่เคยไหลลื่นกลายเป็นติดขัด สุดท้ายต้องถอยต่ำไปรับบอลจากเซนเตอร์แบ็กแทนที่จะอยู่หน้ากรอบเขตโทษ
.
นี่จึงไม่ใช่เวียร์ตซ์ที่แฟนบอลรู้จัก นี่คือเวียร์ตซ์ที่ถูกจับใส่โซนผิด ถูกตัดกรรไกรตัดขาออกจากพื้นที่ถนัด
.
ตัวเลขก็ฟ้องชัด เขาสร้างโอกาสจากโอเพ่นเพลย์ได้เพียง 5 ครั้งตลอด 4 นัดแรก ต่ำจนน่าตกใจสำหรับเพลย์เมกเกอร์ค่าตัวมหาศาล ใช่ เขายังติดท็อปทรีพรีเมียร์ลีกในสถิติการมีส่วนร่วมก่อนหน้าแอสซิสต์ (Secondary Chances Created) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “เขายังพยายามแบก” อยู่เหมือนเดิม
.
แต่คำถามคือ แฟนบอลลิเวอร์พูลอยากได้เวียร์ตซ์มาเพื่อแค่ “ป้อนก่อนคนป้อน” อย่างนั้นหรือ?
.
อย่างไรก็ตาม แม้เวียร์ตซ์จะยังไม่เปรี้ยง แต่อิมแพ็กต์ของเขาไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียว อูโก้ เอกิติเก้ ได้ประโยชน์มหาศาลจากการเคลื่อนที่และการเชื่อมเกมร่วมกับเวียร์ตซ์ กัคโปเองก็เล่นสบายขึ้นเพราะไม่ต้องสร้างสรรค์เกมมากเกินไป (ช่วงนี้พี่แกเลยทำอย่างเดียวคือ ตัดเข้าใน แล้วยิงยัดเสาแรกหรือเปิดโด่งๆไปเสาสองให้ซาลาห์ 555) ส่วนซาลาห์…แม้ยิงไปแล้วสองลูก แต่ก็ยังไม่ใช่ซาลาห์ที่โหดเหี้ยมเหมือนเดิม การมีเวียร์ตซ์อยู่ตรงกลางยังไม่ปลุก “คิงแห่งแอนฟิลด์” ให้ตื่นเต็มที่
.
เกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ที่กำลังจะมาถึงคือบททดสอบสำคัญ ชล็อตจะกล้าให้อิสระกับเวียร์ตซ์มากขึ้น เพื่อให้เจ้าตัวแสดงอันตรายให้มากที่สุดหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณ “half space ฝั่งซ้าย” เพราะนับถึงปัจจุบัน เกือบทุกโมเมนต์ที่เวิร์กของเขาในสีเสื้อลิเวอร์พูลล้วนเริ่มจากตรงนั้นทั้งสิ้น
.
เวียร์ตซ์เพิ่งยิงประตูให้ทีมชาติเยอรมนี แปลว่าความมั่นใจยังอยู่ครบ เหลือแค่เวลาที่จะระเบิดบนแอนฟิลด์
.
วันนี้เวียร์ตซ์ยังไม่ใช่อัจฉริยะที่แฟนหงส์คาดหวัง เพียงแต่เขารอวันที่จะปลดล็อกในพรีเมียร์ลีก และถ้ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ระบบเกมรุกของลิเวอร์พูลจะไม่ใช่แค่ “ดี” แต่จะกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่พร้อมถล่มคู่แข่งทุกทีม
.
แล้วโลกทั้งโลกจะได้รู้ว่า หงส์แดงกำลังครอบครองเพลย์เมกเกอร์ที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งของยุโรป