@www333
เข้ากลุ่มครอบครัวฟุตบอล คลิกที่นี่ @www333
logo
Menu

วิจารณ์ กระแสต่างประเทศ: “แรชฟอร์ด” คืนชีพ By: Colly

วิจารณ์ กระแสต่างประเทศ: “แรชฟอร์ด” คืนชีพ
By: Colly
——————–
มาร์คัส แรชฟอร์ด คือหลักฐานชัดเจนที่สุดว่าฟุตบอลไม่เคยโกหกใคร เพียงแต่บางครั้งมันก็โหดร้ายเกินกว่าที่ใครจะรับได้
.
ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาคือเด็กทองคำที่ถูกยกย่องว่าเป็นความหวังใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความกดดัน เสียงวิจารณ์ และการจัดการทีมที่ผิดพลาด กลับเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นตัวตลกประจำสโมสร คนที่แฟนบอลจำนวนมากพร้อมจะส่ายหน้าและบอกว่า “หมดแล้ว”
.
นี่คือผลผลิตของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคที่ไร้ทิศทาง ยุคที่กุนซืออย่างรูเบน อโมริม ไม่สามารถเค้นความสามารถของเขาออกมาได้แม้แต่นิดเดียว
.
แต่ค่ำคืนที่เซนต์เจมส์ พาร์ค ในแชมเปียนส์ลีก แรชฟอร์ดกลับมายืนอยู่บนเวทีเดิมด้วยเสื้อใหม่ และมันคือการตบหน้ากลางสังคมฟุตบอลอังกฤษที่หัวเราะเยาะเขามาตลอดสองปีที่ผ่านมา
.
ประตูโหม่งสุดเฉียบตามด้วยลูกยิงด้วยขวาอันดุดันคือภาพที่เราเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน แต่คราวนี้เกิดขึ้นในสีเสื้อบาร์เซโลน่า ไม่ใช่ยูไนเต็ด เขากลายเป็นนักเตะคนแรกของบาร์ซ่านับจากลิโอเนล เมสซี่ที่ทำสถิติยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ 10 ครั้ง และเลี้ยงผ่านสำเร็จ 5 ครั้งในเกมเดียว มันไม่ใช่ตัวเลขที่อธิบายแค่ฟอร์มการเล่น แต่มันตะโกนใส่หน้าอดีตต้นสังกัดว่า “นี่คือสิ่งที่พวกคุณปล่อยทิ้งไป”
.
แมนฯ ยูไนเต็ดกำลังจมอยู่กับความวุ่นวาย และในขณะที่พวกเขายังพยายามหาคำตอบว่าอะไรคือปัญหา ความจริงหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือพวกเขาปล่อยให้ผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ระดับนี้หลุดมือไปโดยไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แรชฟอร์ดอาจไม่ใช่คนที่เพอร์เฟกต์ เขามีช่วงที่ฟอร์มตก มีปัญหาความมั่นใจ แต่ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของการตัดสินที่จุดต่ำสุดเสมอไป มันคือการสร้างสภาพแวดล้อมให้พรสวรรค์ได้ผลิบาน และที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด พวกเขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
.
วันนี้แรชฟอร์ดไม่ใช่แค่ยิงสองประตูเพื่อพาบาร์ซ่าคว้าชัย แต่เขากำลังเรียกคืนศักดิ์ศรีในฐานะนักเตะชั้นนำในยุโรป การมีโธมัส ทูเคิลนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ทำให้ความสำคัญของค่ำคืนนั้นเพิ่มขึ้นอีกระดับ เขาไม่เพียงประกาศตัวต่อแฟนบอลอังกฤษ แต่ยังเคาะประตูทีมชาติอย่างแรง นี่คือการกลับมาที่โหดเหี้ยมที่สุด เพราะมันไม่ใช่การลุกขึ้นในเสื้อแดงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่มันคือการลุกขึ้นในเสื้อของบาร์เซโลน่า
.
คำถามคือ แมนฯ ยูไนเต็ดจะเสียใจไหม? แน่นอนพวกเขาจะเสียใจ แต่ที่น่าเจ็บปวดกว่าคือพวกเขาอาจไม่กล้ายอมรับด้วยซ้ำว่าตัวเองทำพลาด แรชฟอร์ดในวันนี้คือกระจกสะท้อนความล้มเหลวของสโมสรแห่งหนึ่งที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่ แต่ปล่อยให้ความเชื่อผิด ๆ และการบริหารที่ไร้คุณภาพทำลายนักเตะที่ดีที่สุดของตัวเองไปต่อหน้าต่อตา และสิ่งที่เหลือไว้ก็เพียงความขมขื่นที่ยากจะกลืนลงคอ
.
แต่ต้องไม่ลืมว่าการยิงสองประตูในแชมเปียนส์ลีกยังไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด หนทางพิสูจน์ตัวเองของแรชฟอร์ดยังอีกยาวไกล ความสม่ำเสมอคือเครื่องตัดสินจริง ๆ ว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะระดับโลกที่บาร์เซโลน่าสามารถฝากความหวังได้ หรือเป็นเพียงแค่ประกายไฟชั่วคราวที่ดับไปเมื่อเจอลมแรงอีกครั้ง ฟุตบอลต่างแดนไม่เคยปรานีใคร และถ้าเขาไม่สามารถรักษามาตรฐานนี้ได้ต่อเนื่อง ทุกเสียงปรบมือวันนี้ก็พร้อมจะกลับกลายเป็นเสียงวิจารณ์ในวันพรุ่งนี้ทันที